ทุกวันนี้หลายคนมีรถยนต์เป็นของตัวเองกันเยอะขึ้นแต่การใช้งานรถยนต์ในแต่ละวันเฉลี่ยวันละ 2-4 ชั่วโมง เพราะมีทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลายมากขึ้น เช่น รถไฟฟ้า รถโดยสารสาธารณะ การเดินทางด้วยแอปพลิเคชันต่างๆ ส่งผลให้การเดินทางด้วยรถยนต์ของตนเองลดลง ส่งผลให้หลายคนมองหาทางเลือกใหม่ในการจัดหาประกันรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไป หนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คือ ประกันรถยนต์เปิด-ปิด 

ประกันรถเปิด-ปิด คืออะไร? 

ประกันรถเปิด-ปิด คือ ประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองตามระยะเวลาที่รถถูกเปิดใช้งานจริง โดยผู้ขับขี่สามารถเปิด-ปิดความคุ้มครองได้ตามต้องการผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของผู้ให้บริการประกัน โดยส่วนใหญ่จะมีแพ็กเกจให้เลือกหลากหลาย ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ต้องการคุ้มครอง เช่น 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี 

แล้วประกันรถยนต์แบบเปิด-ปิด จะเหมาะกับใคร 

ประกันรถเปิด-ปิดเหมาะกับผู้ขับขี่ที่ใช้งานรถน้อย เช่น พนักงานออฟฟิศที่ขับรถไปทำงานเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน  หรือคนที่มีรถแต่ไม่ได้ใช้งานบ่อย คนที่มีรถหลายคันแต่ใช้รถคันใดคันหนึ่งเป็นหลัก คนที่มีรถแต่เก็บไว้นานๆ ไม่ใช้งาน โดยจุดเด่นของประกันรถเปิดปิดคือสามารถประหยัดค่าเบี้ยประกันได้ เนื่องจากผู้ขับขี่จ่ายค่าเบี้ยประกันตามระยะเวลาที่รถถูกเปิดใช้งานจริง 

ก่อนตัดสินใจซื้อประกันรถเปิดปิด ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังนี้ 

  • ระยะเวลาคุ้มครองที่ต้องการ สามารถเลือกระยะเวลาคุ้มครองได้ตามความต้องการ โดยระยะเวลาคุ้มครองยิ่งนาน ค่าเบี้ยประกันก็จะยิ่งถูกลง 
  • ความคุ้มครองที่ต้องการ ควรเปรียบเทียบความคุ้มครองที่จะได้รับจากแต่ละบริษัทประกัน เพื่อเลือกแผนความคุ้มครองที่เหมาะสมกับความต้องการ 
  • ค่าเบี้ยประกัน ค่าเบี้ยประกันจะแตกต่างกันไปตามระยะเวลาคุ้มครอง และประวัติการขับขี่ของผู้ขับขี่ 
  • เงื่อนไขและข้อยกเว้น ควรศึกษาเงื่อนไขและข้อยกเว้นต่างๆ ของประกันรถเปิดปิดอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการเคลมประกัน 

ประกันรถเปิด-ปิดเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ใช้รถน้อย เพราะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันได้มากกว่าประกันรถยนต์แบบเดิม อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อประกันรถเปิด-ปิดควรศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ ให้ครบถ้วน เพื่อจะได้เลือกประกันที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด