ปัจจุบันนี้อยากมีบ้านสักหลังแต่ว่ามีเงินไม่เพียงพอ การขอสินเชื่อบ้านจากสถาบันทางการเงินต่างๆคือทางออกที่ดีที่สุดที่จะสามารถช่วยให้เรามีบ้านได้ในเร็ววัน แต่ก็จำเป็นต้องพิจารณาเรื่องการเลือกสินเชื่อให้ดี เนื่องจากการผ่อนบ้านเป็นภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว ซึ่งเราไม่มีทางทราบเลยว่าสถานการณ์ทางการเงินในอนาคตของเราจะเป็นยังไง จะมีเรื่องฉุกเฉินให้จำเป็นต้องใช้เงินหรือไม่ แล้วจะมีเงินพอจ่ายค่าบ้านแต่ละงวดตลอดเป็นเวลา 20-30 ปีหรือไม่

แต่หากเราขอสินเชื่อถูกประเภท เลือกสินเชื่อได้ตรงกับวัตถุประสงค์จริงๆ ก็จะลดภาระค่าใช้จ่ายแล้วก็ดอกเบี้ยต่างๆ ลงไปได้เยอะพอสมควรเลยล่ะ ช่วยให้เราผ่อนบ้านได้อย่างสบายๆ ไม่กระทบแผนการเงินในวันหน้า ลองมาดูกันว่า ก่อนที่จะขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้านนั้น มีเรื่องอะไรที่ควรจะต้องเตรียมและต้องพิจารณาอะไรประกอบการขอสินเชื่อบ้าง

1. ประเมินสถานะทางการเงินของตัวเอง

ขั้นแรกก่อนขอสินเชื่อ เราต้องรู้สถานะทางการเงินของเราก่อน ว่าเราเงินเดือนเท่าไหร่ ในแต่ละเดือนมีภาระค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง มีหนี้สินเท่าไหร่ เหลือเงินสำหรับเก็บออมเท่าไหร่ในแต่ละเดือน สามารถผ่อนบ้านได้เท่าไหร่ในแต่ละเดือน และที่สำคัญคือ งานที่ทำอยู่มั่นคงหรือไม่ มีแนวโน้มสร้างรายได้เพิ่มหรือไม่ หรืออาจจะต้องหารายได้เสริมทางอื่นเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีสภาพคล่องทางเงินและมีเงินเหลือผ่อนบ้านได้แบบสบายๆ

2. เลือกสินเชื่อที่อัตราดอกเบี้ยถูกที่สุด

ในปัจจุบันก็มีหลายสถาบันทางการเงินออกโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำมาให้เลือกมากมาย ดังนั้น เราจึงสามารถเปรียบเทียบข้อมูลและเงื่อนไขต่างๆ ของแต่ละธนาคารก่อนตัดสินใจเลือกสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านจากธนาคารมี 2 แบบ คือ ดอกเบี้ยคงที่ และดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งมีความแตกต่างอย่างไร มาดูกันค่ะ

  • ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate)

คือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนดให้คงที่ ในระยะเวลาสั้นๆ เริ่มต้นตั้งแต่ 1-3 ปี โดยขึ้นอยู่กับประเภทของสินเชื่อและที่ธนาคารกำหนด

  • ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate)

คือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนดตามประกาศ ณ เวลานั้น ซึ่งสามารถขึ้น-ลง ได้ตามสถานการณ์เศรษฐกิจ ตลาดการเงิน และต้นทุนทางการเงินของธนาคารนั้นๆ

3. คำนวณยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือนให้ดี

โดยปกติแล้ว ภาระค่าใช้จ่ายทุกอย่างต่อเดือนรวมแล้วไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ทั้งหมดก่อนหักภาษี เช่น หากเรามีรายได้ต่อเดือน 30,000 บาท ไม่ควรมีหนี้เกินเดือนละ 12,000 บาท ถ้าเรามีหนี้อื่นๆ ที่ต้องผ่อนจ่ายอยู่แล้วเดือนละ 3,000 บาท เท่ากับว่าเรามีความสามารถผ่อนบ้านได้อีกแค่เดือนละ 9,000 บาท ชีวิตเราถึงจะไม่ลำบาก แต่หากต้องการผ่อนชำระเป็นจำนวนเงินมากกว่านี้ ก็ต้องให้คนในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ ลูก หรือเป็นสามีภรรยามากู้ร่วมกัน เพื่อแบ่งเบายอดหนี้บ้าน

4. เตรียมเงินดาวน์

หลังจากประเมินได้แล้วว่าเราจะสามารถขอสินเชื่อบ้านได้ในราคาเท่าไหร่ ควรเตรียมเงินดาวน์ไว้ อย่างน้อย 10% ของยอดกู้  ถ้าเรามีเงินดาวน์ด้วยก็จะช่วยประหยัดค่าดอกเบี้ยได้ด้วยค่ะ

5. ดูระยะเวลาผ่อน

เราควรเลือกสินเชื่อที่มียอดผ่อนน้อย แต่ใช้เวลาในการผ่อนนาน จะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้มากกว่า เพราะหากเลือกระยะเวลาผ่อนสั้นเกินไป จำนวนเงินที่ต้องผ่อนแต่ละเดือนก็จะมากขึ้น ซึ่งช่วงแรกอาจจะผ่อนได้ แต่ปีหลังๆ อาจจะผ่อนต่อไม่ไหว เว้นแต่เราจะมีความสามารถในการผ่อนได้สูงอยู่แล้ว ก็สามารถเลือกระยะเวลาผ่อนให้สั้นลงได้ หรือถ้ามีเงินก้อนก็สามารถนำมาโปะหนี้ได้ เพื่อที่จะได้หมดภาระโดยเร็วและไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยมากด้วย โดยทั่วไป ธนาคารจะให้ระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 30 ปี และอายุผู้กู้ รวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 65-70 ปี

การผ่อนบ้านต้องอาศัยความมีวินัยและความอดทนเป็นเวลานาน เพื่อลดความเครียดในการใช้ชีวิตประจำวัน ควรหาข้อมูลให้ดีและรอบคอบ เพื่อหาสินเชื่อที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้การผ่อนบ้านเป็นภาระที่หนักเกินไปในระยะยาว รู้อย่างนี้แล้วใครที่กำลังหาข้อมูลในการขอสินเชื่อเพื่อผ่อนบ้านอยู่ละก็ ควรศึกษา หาข้อมูลดีๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเงื่อนไขในการขอสินเชื่อ ระยะเวลาผ่อน อัตราดอกเบี้ย และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้ได้สินเชื่อที่ดีที่สุด เพื่อให้ได้บ้านที่เราหวังไว้